Oct 20, 2011

WSPA สนับสนุนให้สัตว์แพทย์ผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ให้ความรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ และพิจารณาให้เนื้อหาเกี่ยวกับปฏิบัติการณ์เมื่อเกิดภัยพิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมนักศึกษา
เราสื่อสารประเด็นดังกล่าวในการปิดสัมนางานสัตวแพทย์โลกแห่งปี และผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นตลอดงานที่ Cape Town เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 2,000 คน จาก 150 ประเทศเข้าร่วม
นับว่าภารกิจของเรา ทั้งด้านการให้ความรู้และปฏิบัติการณ์ในภาวะฉุกเฉินได้เติมเต็มสาระสำคัญของกำหนดการ 5 วันสุดท้ายของงานสัมนาสัตวแพทย์แห่งโลก ประจำปี 2011 นั่นคือ การเชื่อมโยงบทบาทของวิชาชีพสัตวแพทย์ ที่มีต่อระบบนิเวศ สุขภาวะของมนุษย์ และสัตว์ ซึ่งนำพาไปสู่การแสวงหาแนวทางเพื่อความยั่งยืนของโลก
ในการนำเสนอต่อผู้เข้าร่วมประชุม Dr.David Wilkins หัวหน้าสัตวแพทย์ของ WSPA เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยแจงว่า กลุ่มคนที่ยากจนในโลกกว่าพันล้านคน ล้วนต้องพึ่งพิงและใช้ประโยชน์จากสัตว์ ไม่ว่าจะเพื่อเป็นอาหาร เป็นแหล่งรายได้ เป็นตัวบ่งบอกอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสถานะทางสังคม นอกจากนี้ประชากรโลกเกือบครึ่งหนึ่งล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องในกิจการด้านเกษตรกรรม
Dr. Wilkins อธิบายว่า สัตวแพทย์เป็นผู้ที่ทำให้สัตว์มีสุขภาพและได้รับสวัสดิภาพที่ดีขึ้น และนั่นก็จะส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การที่จะทำให้แนวคิดนี้มีอยู่ในผู้ประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ทั่วโลกได้ แนวคิดดังกล่าวจำต้องได้รับการยอมรับในทางวิชาการเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ WSPA จึงออกแบบสื่อการสอนที่เรียกว่าการศึกษาด้านสวัสดิภาพสัตว์ Concepts in Animal Welfare (CAW) ซึ่งประกอบไปด้วยชุดความรู้ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับสัตวแพทย์และนักศึกษา ซึ่ง ณ ขณะนี้ สื่อดังกล่าวได้ถูกนำส่งไปยังคณะสัตวศาสตร์แล้วกว่า 296 แห่ง ในประเทศกำลังพัฒนา 20 ประเทศ โดยที่ 215 แห่ง ได้บรรจุสื่อดังกล่าว เข้าไว้ในหลักสูตรการศึกษาแล้ว สื่อที่เราจัดทำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในแอฟริกาตะวันออก โดยถูกนำไปใช้ประกอบการสอนในสถาบันฝึกอบรมเกษตรและปศุสตว์หลายแห่งอีกด้วย
Wilkins ยังได้นำเสนอผลงานของ WSPA ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งงานดังกล่าวก่อให้เกิดผลดีต่อสวัสดิภาพของสัตว์และวิถีชีวิตของชุมชน นอกจากนี้เขายังได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ทั่วโลกที่ WSPA เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานด้านภัยพิบัติของเราสามารถติดตามได้ที่บล็อค Animal in Disasters ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2005 WSPA ได้ทำการคัดเลือกและฝึกอบรมทีมงานซึ่งประกอบไปด้วยสัตวแพทย์จากทั่วโลก เพื่อให้พร้อมต่อการตอบสนองเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ในเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ยังเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยโครงสร้าของทีมดังกล่าว มีลักษณะเช่นเดียวกับหน่วยบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติขององค์กรด้านมนุษยธรรมอื่นๆ
อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ทำให้ WSPA สามารถตอบสนองต่อภัยพิบัติได้ คือการมีสัตวแพทย์ฝึกหัดในทีม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการจ้างงานโดยตรงจาก WSPA หน่วยสัตวแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ (Veterinary Emergency Response Unites: VERUs) นี้ ประกอบด้วยอาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาจากคณะสัตวแพทย์ในประเทศนั้นๆ นำทีมโดยอาจารย์ซึ่งได้เข้าร่วมการฝึกอบรมประจำปีกับทีมงานด้านภัยพิบัติของ WSPA นอกเหนือจากการให้การฝึกอบรมแล้ว WSPA ยังสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่ทีมอาจารย์และนักศึกษาอาสาสมัครด้วยเช่นกัน
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา VERUs ได้ก่อตั้งขึ้นในคอสตาริก้า, นิคารากัว, โคลอมเบีย, อินเดีย, ไทย, เคนยาและพม่าโดยที่ทุกๆ ทีม ได้เข้าปฏิบัติการณ์ตอบสนองต่อภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ ทำให้สัตว์ในพื้นที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ปัจจุบันการทำงานของทีมเหล่านี้ยังได้ถูกรวมเข้าไว้ในโครงสร้างการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของแต่ละประเทศด้วย
อีกตัวอย่างหนึ่งของบทบาทที่สำคัญของสัตวแพทย์ คือการให้วัคซีนแก่สุนัข ในโครงการ ปลอกคอหยุดทารุณต้านภัยโรคพิษสุนัขบ้า (Red Collar campaign) ของ WSPA
Ruth De Vera หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและเรียนรู้ของ WSPA สากล กล่าวว่า “ตลอดปี 2011 ปีแห่งสัตวแพทย์โลก เราได้สื่อสารความตั้งใจและภารกิจของเราไปยังเวทีกิจกรรมด้านสัตวศาสตร์ทั่วโลก” “สัตวแพทย์เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและผลักดันความก้าวหน้าเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งผ่านการให้ความช่วยเหลือแก่สัตว์ที่ประสบภัยพิบัติ หรือการระบาดของโรค รวมถึงผลทางอ้อมในฐานะเป็นที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม การรวมตัวของสัตวแพทย์นับเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ทั่วโลกให้ดียิ่งๆ ขึ้น นอกจากนั้น การให้การศึกษาแก่สัตวแพทย์รุ่นต่อๆ ไป ก็เป็นกุญแจสำคัญอีกทางหนึ่งต่อความสำเร็จดังกล่าวอีกด้วย